บทความ

เคลียร์ชัด ! Fragrance Oil กับ Essential Oil ต่างกันยังไง ?

ไขข้อสงสัย Fragrance Oil กับ Essential Oil คืออะไร มีความต่างกันยังไง

เรื่องของความหอมจากเครื่องหอมต่าง ๆ ไม่ได้มีผลแค่กับการปรับบรรยากาศภายในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังมีส่วนช่วยในการผ่อนคลายอารมณ์ และบรรเทาอาการต่าง ๆ ได้ดี หากมีส่วนผสมจากน้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) ไม่ใช่สารสังเคราะห์

แต่สำหรับคนที่ไม่ได้สันทัดในเรื่องของเครื่องหอมก็อาจจะเกิดความสับสน จนทำให้เลือกซื้อมาผิดประเภท ไม่ตอบโจทย์กับความต้องการที่จะใช้งานได้ ในบทความนี้ เราจะมาช่วยไขความกระจ่างว่าสรุปแล้วระหว่าง Fragrance Oil กับ Essential Oil คืออะไร มีความต่างกันยังไง และควรเลือกแบบไหนจึงจะเหมาะสม ?

สารหอมสังเคราะห์ (Fragrance Oil) คืออะไร ?

เริ่มต้นทำความรู้จักเกี่ยวกับสารสังเคราะห์กลิ่นหอมที่เรียกกันว่า “Fragrance Oil” ซึ่งเป็นกลิ่นหอมที่ไม่ได้มาจากธรรมชาติ แต่จะสังเคราะห์ขึ้นจากองค์ประกอบทางเคมี เพื่อเลียนแบบกลิ่นต่าง ๆ ที่เคยพบเจอ หรือกลิ่นหาได้ยากและมีราคาสูง ไปจนถึงกลิ่นที่ไม่มีอยู่จริง โดยส่วนมากจะนิยมนำไปใช้กับผลิตภัณฑ์เครื่องหอมเชิงพาณิชย์ เช่น เทียนหอม สเปรย์ปรับอากาศ น้ำหอม เนื่องจากสามารถกักเก็บกลิ่นหอมได้ยาวนานกว่าน้ำหอมจากธรรมชาตินั่นเอง

น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil) คืออะไร ?

น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ หรือ “Essential Oil” คือ ของเหลวที่ได้มาจากการแยกส่วนประกอบของกลิ่นหอมจากธรรมชาติ เช่น ลิโมนีน (Limonene) จากเปลือกตระกูลซิตรัส หรือเจอรานิออล (Geranion) ที่พบได้ในน้ำมันดอกกุหลาบ น้ำมันตะไคร้หอม น้ำมันพาล์มาโรซา (Palmarosa) และอีกมากมาย ซึ่งคุณสมบัติเด่นของน้ำมันหอมระเหยจากธรรมชาติเหล่านี้คือ การช่วยบรรเทาอาการต่าง ๆ เช่น การผ่อนคลายทางอารมณ์ บรรเทาอาการวิงเวียน ช่วยให้หายใจได้คล่องขึ้น เป็นต้น

สรุป ! ความต่างของ Fragrance Oil กับ Essential Oil

หากคุณยังคงสงสัยว่า สรุปแล้ว Fragrance Oil กับ Essential Oil ต่างกันยังไง ในส่วนนี้เราจะมาช่วยให้ข้อมูลอย่างรวบรัดกระชับว่า สารความหอมทั้ง 2 ประเภท มีจุดเด่นอะไรบ้างที่ไม่เหมือนกัน ดังนี้

สารหอมสังเคราะห์ (Fragrance Oil)

  • สารหอมสังเคราะห์ เป็นสารหอมที่ได้มาจากการเลียนแบบกลิ่นธรรมชาติ หรือกลิ่นที่หาได้ยาก
  • มีส่วนประกอบที่มาทั้งจากพืชหรือดอกไม้ และองค์ประกอบทางเคมีผสมกัน จนได้กลิ่นใหม่
  • เป็นโครงสร้างกลิ่นที่มีความสม่ำเสมอ นิยมนำไปใช้ในเทียนหอม, น้ำหอม, รูมสเปรย์, ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีกลิ่น เพื่อสร้างกลิ่นหอมที่ทรงพลัง สามารถกระจายกลิ่นได้ดี
  • มีอายุการใช้งานค่อนข้างสั้นกว่า อยู่ที่ 6-12 เดือน ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา

น้ำมันหอมระเหย (Essential Oil)

  • น้ำมันหอมระเหย เป็นของเหลวที่ได้มาจากธรรมชาติ ผ่านกระบวนการสกัดที่พิถีพิถันเพื่อให้ได้มาซึ่งกลิ่นที่ดีที่สุด
  • น้ำมันหอมระเหยธรรมชาติ มาพร้อมสรรพคุณที่มีประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยบรรเทาทางกายภาพและบรรเทาทางจิตใจไปได้พร้อม ๆ กัน
  • มีราคาสูงกว่าสารหอมสังเคราะห์ ด้วยกรรมวิธีการสกัดกลิ่นที่พิถีพิถันและค่อนข้างซับซ้อน รวมไปถึงความยากลำบากในการค้นหาวัตถุดิบที่นำมาใช้เป็นสารตั้งต้น
  • มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน ประมาณ 2-15 ปี ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษา และชนิดของน้ำมันหอมระเหย

ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันหอมระเหย หรือสารสังเคราะห์ ?

Fragrance Oil กับ Essential Oil ต่างกันยังไง จะเลือกอะไรดี

สำหรับคนที่มองหาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ด้านการทำสุคนธบำบัด ควรเลือกพิจารณาส่วนประกอบที่เป็นชนิดของน้ำมันหอมระเหยก็จะมีประโยชน์มากกว่า เพราะมาพร้อมสรรพคุณบรรเทาอาการต่าง ๆ ได้ดี เนื่องจากเป็นกลิ่นที่สกัดมาจากธรรมชาติ ปลอดภัยในอัตราส่วนที่เหมาะสม ทั้งยังไม่ทำให้เกิดอาการวิงเวียนศีรษะเมื่อใช้งานอีกด้วย

มองหาผลิตภัณฑ์น้ำหอมระเหยที่มีสรรพคุณตอบโจทย์ และมีให้เลือกหลากหลายสูตร ต้องผลิตภัณฑ์ลูกกลิ้งและสเปรย์ Essential Oil จาก Sabai arom สามารถเลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์และ E-Commerce ทุกแพลตฟอร์มได้แล้ววันนี้ สอบถามเพิ่มเติมได้เลยที่ Facebook: Sabai arom หรือโทร 097-264-2401

ข้อมูลอ้างอิง

  1. Fragrance Oils vs. Essential Oils. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 จาก https://www.fragrancex.com/blog/fragrance-oils-vs-essential-oils/
  2. Essential Oils vs Fragrance Oils: What’s the difference?. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 จาก https://nikura.com/blogs/discover/essential-oils-vs-fragrance-oils-whats-the-difference#:~:text=Essential%20oils%20are%20natural%20products,to%20use%20when%20handled%20correctly.