บทความน่ารู้
เจาะตารางการนอนของแต่ละวัย นอนแค่ไหนร่างกายถึงได้พักผ่อน ?
หากคุณเป็นหนึ่งคนที่เริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งร่างกายและสมอง บางวันก็ไม่มีแรง เบื่อหน่ายไปกับทุกสิ่ง นั่นอาจเป็นเพราะคุณกำลังเผชิญกับปัญหาการนอนที่ไม่มีคุณภาพ แม้ตาหลับแต่ร่างกายกลับตื่น ไม่ได้พักผ่อน ซ่อมแซม จนต้องอาศัยตัวช่วย ทั้งการออกกำลัง หรือการใช้สเปรย์ฉีดที่นอนเพื่อเสริมบรรยากาศในการนอนหลับ ในบทความนี้เราจึงจะมาบอกต่อช่วงเวลานอนที่เหมาะสมของแต่ละวัย ให้ตื่นมาสดใส ได้พักผ่อนกัน !
Table of Contents
ทำไมคนเราต้องนอนให้ตรงเวลาและเพียงพอ ?
การนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอและตรงเวลา เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจ เปรียบเสมือนการชาร์จแบตเตอรี่ให้แก่ร่างกายและสมอง ช่วยให้พร้อมรับมือกับกิจวัตรประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยข้อดีดังต่อไปนี้
- ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและความทรงจำ
- ช่วยพัฒนาสภาวะทางอารมณ์และการปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง
- เป็นการพักผ่อนให้ร่างกายซ่อมแซม ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจ
- ช่วยคุมน้ำหนักและระดับน้ำตาลได้
- ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง
ตารางการนอนของแต่ละช่วงวัย
| อายุ | ช่วงเวลานอนที่เหมาะสมต่อวัน |
| 0-3 เดือน | 14-17 ชั่วโมง |
| 4-12 เดือน | 12-15 ชั่วโมง |
| 1-2 ปี | 11-14 ชั่วโมง |
| 3-5 ปี | 10-13 ชั่วโมง |
| 6-13 ปี | 9-11 ชั่วโมง |
| 14-17 ปี | 8-10 ชั่วโมง |
| 18-25 ปี | 7-9 ชั่วโมง |
| 26-64 ปี | 7-9 ชั่วโมง |
| 65 ปีขึ้นไป | 7-8 ชั่วโมง |
- อายุ 0-3 เดือน เป็นช่วงวัยที่กำลังมีการเจริญเติบโตของร่างกาย ซึ่งอาจใช้เวลาในการนอนมากกว่าวัยอื่น โดยควรนอนให้ได้วันละ 14-17 ชั่วโมง
- อายุ 4-12 เดือน นอกจากการเจริญเติบโตของร่างกายแล้ว เด็กในช่วงวัยนี้จะเริ่มมีการพัฒนาสมองและอารมณ์เพิ่มขึ้นมา และเนื่องจากเริ่มเข้าขวบเดือนที่เริ่มมีพัฒนาการ เด็กจึงตื่นมาใช้ชีวิตในตอนกลางวันมากขึ้น ซึ่งควรใช้เวลาในการนอนวันละ 12-15 ชั่วโมง
- อายุ 1-2 ปี เด็กในช่วงวัยนี้จะเริ่มเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว ซึ่งการนอนที่เพียงพอจะช่วยให้สามารถจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้ดียิ่งขึ้น จึงควรนอนวันละ 11-14 ชั่วโมง
- อายุ 3-5 ปี เป็นวัยที่สมองถูกกระตุ้นให้ใช้งานมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการเรียนรู้และการสื่อสาร ดังนั้น เด็กในวัยนี้จึงควรได้นอนหลับพักผ่อนในช่วงกลางวัน เพื่อให้สมองได้รับการพัฒนาอย่างเหมาะสม โดยควรนอนให้ได้วันละ 10-13 ชั่วโมง
- อายุ 6-13 ปี ในช่วงอายุนี้ร่างกายจะเริ่มไม่ต้องการเวลานอนมากเท่าเด็กเล็ก เพราะสมองเจริญเติบโตได้มากแล้ว แต่ก็ยังไม่ควรให้เด็ก ๆ นอนดึกจนเกินไป โดยควรนอนวันละ 9-11 ชั่วโมง
- อายุ 14-17 ปี เป็นช่วงวัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางฮอร์โมน ในขณะที่เด็กกำลังหลับอยู่จะเกิดการหลั่ง Growth Hormone ซึ่งช่วยในการเจริญเติบโต และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย จึงควรนอนให้ได้วันละ 8-10 ชั่วโมง
- อายุ 18-25 ปี เป็นช่วงวัยที่ต้องใช้สมองในการเรียนหนังสือ อีกทั้งยังเป็นวัยที่เริ่มเข้าสู่การทำงาน หลายคนมักเริ่มนอนดึกในช่วงวัยนี้ แต่แท้จริงแล้วเวลาที่เหมาะสำหรับการนอนก็ยังไม่ควรเกิน 5 ทุ่ม เพื่อพักผ่อนสมอง โดยควรนอนวันละ 7-9 ชั่วโมง
- อายุ 26-64 ปี เป็นช่วงวัยผู้ใหญ่ที่ควรนอนให้เพียงพอเพื่อป้องกันภาวะสมองเสื่อม โดยควรนอนวันละ 7-9 ชั่วโมง
- อายุ 65 ปีขึ้นไป ในช่วงวัยนี้ ผู้สูงอายุจะแบ่งช่วงการนอนออกเป็นสองช่วงคือ ช่วงกลางวันและกลางคืน แต่เวลาการนอนส่วนใหญ่จะอยู่ที่ช่วงกลางคืน โดยควรนอนวันละ 7-8 ชั่วโมง

Tips หลับสนิททั้งคืน หมดปัญหาตาหลับแต่ร่างกายไม่หลับ !
- ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ร่างกายหลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน (Endorphin) ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุขที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย นอนหลับสบายมากยิ่งขึ้น โดยควรออกกำลังกายเป็นประจำในช่วงเช้า หรือเย็น 30-45 นาที และไม่ควรออกกำลังกาย 2 ชั่วโมงก่อนนอน
- หลีกเลี่ยงอาหารมื้อหนัก อาหารที่มีรสเผ็ด รสจัด หรืออาหารหวานมาก เนื่องจากจะส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร ซึ่งอาจทำให้รู้สึกไม่สบายและรบกวนการนอนหลับ โดยควรทานอาหารมื้อเย็นก่อนนอนอย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง
- ผ่อนคลายร่างกาย และจิตใจ โดยสามารถเตรียมพร้อมสำหรับการนอนหลับ ด้วยการอาบน้ำอุ่นประมาณ 10-15 นาที ก่อนนอน
- ใช้ตัวช่วยสเปรย์ฉีดที่นอนและหมอน จากน้ำมันหอมระเหยกลิ่นผ่อนคลาย เช่น ลาเวนเดอร์ คาโมมายล์ เพื่อช่วยเพิ่มบรรยากาศความสงบ ให้หลับสบาย
หลับสนิททั้งคืนไม่ต้องกลัวตาตื่นจนไม่ได้พัก ด้วยสเปรย์ฉีดที่นอนจาก Sabai arom อย่าง Sleep Well Pillow Mist มิตรคู่หมอนที่อัดแน่นไปด้วยน้ำมันหอมระเหยจากลาเวนเดอร์ กระดังงา และคาโมมายล์ ตัวช่วยออกฤทธิ์กล่อมให้ร่างกายได้หลับอย่างเต็มอิ่ม สามารถเลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์และ E-Commerce ทุกแพลตฟอร์มได้แล้ววันนี้ สอบถามเพิ่มเติมได้เลยที่ Facebook: Sabai arom หรือโทร. 097-264-2401
ข้อมูลอ้างอิง
- นอนหลับกี่ชั่วโมงถึงจะเพียงพอ. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 จาก https://www.bumrungrad.com/th/health-blog/august-2022/how-much-sleep-do-I-need
- กรมอนามัยแนะ 10 วิธี หลับให้ดีมีสุขอนามัย. สืบค้นเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2566 จาก https://www.hfocus.org/content/2022/03/24640
